ตอนนี้อยู่ที่: ห้องสมุดคู่มือ

ดูเดโมไทยENမြန်မာ--:--

ห้องสมุด — คู่มือ J-POS

BOOK 16/25ลูกค้าและโปรโมชัน

โปรโมชั่น

ตั้งเงื่อนไข “ซื้อครบ X ชิ้น” แล้วให้ส่วนลดท้ายบิลอัตโนมัติ (ลดบาท/ลด% หรือฟรี 1 รายการ) ได้ที่เมนู “จัดการ” → “จัดการโปรโมชั่น” — เลือกขอบเขตได้ตามสินค้า/หมวด/กลุ่ม หรือทุกรายการ พร้อมกำหนดวัน/ช่วงเวลาที่ใช้ได้ ต่างจากคูปองสมาชิก (ดูหน้า “สมาชิก”) ตรงที่โปรโมชั่นคำนวณจากรายการในบิลสดทุกครั้ง ไม่ผูกกับสมาชิกคนใดคนหนึ่งและไม่ใช้แต้มแลก

10 ขั้นตอน · ภาพหน้าจอจาก J-POS จริง (หน้าจอภาษาไทย)

ตั้งเงื่อนไขและเพิ่มโปรโมชั่นใหม่

  1. เข้าเมนู “จัดการโปรโมชั่น” + ตรวจสิทธิ์

    ไปที่เมนู “จัดการ” แล้วเลือก “จัดการโปรโมชั่น” (ไอคอน 🎁) — ต้องมีสิทธิ์ settings.manage ถึงจะเข้าหน้านี้ได้ ถ้าไม่มีจะเห็นข้อความแจ้งไม่มีสิทธิ์แทนฟอร์ม

    มีสิทธิ์ settings.manage เข้าหน้าได้ ไม่ได้แปลว่ากดเพิ่ม/แก้ไข/ลบได้เสมอ — การบันทึกจริง (POST) ต้องมีสิทธิ์ menu.edit ควบคู่กันด้วย ถ้าขาด menu.edit จะเห็นฟอร์มทำงานได้ปกติ แต่กดบันทึกแล้วขึ้น error

    ภาพหน้าจอ J-POS: เข้าเมนู “จัดการโปรโมชั่น” + ตรวจสิทธิ์
    เปิดภาพเต็ม
  2. ตั้งชื่อโปรโมชั่นและเปิด/ปิดใช้งาน

    กรอกชื่อโปรโมชั่น (บังคับ เช่น “ซื้อ 3 แก้ว ลด 50”) และติ๊ก “เปิดใช้งาน” ถ้าต้องการให้มีผลทันทีหลังบันทึก — สร้างโปรไว้ก่อนแล้วค่อยเปิดทีหลังก็ได้

    ภาพหน้าจอ J-POS: ตั้งชื่อโปรโมชั่นและเปิด/ปิดใช้งาน
    เปิดภาพเต็ม
  3. ตั้งเงื่อนไขการรับส่วนลด (กลุ่มเดียว)

    เลือกประเภทเงื่อนไขแต่ละข้อ: สินค้า / หมวด / ประเภท (กลุ่มเมนู) แล้วระบุจำนวนขั้นต่ำ — ในกลุ่มเดียวกันเลือกได้ว่าให้ต้องครบ “ทั้งหมด (และ)” หรือ “อย่างใดอย่างหนึ่ง (หรือ)”

    ตั้ง “ขั้นต่ำรวมในกลุ่ม” เพิ่มได้ (ไม่บังคับ) เป็นเงื่อนไขรวมซ้อนอีกชั้นเหนือเงื่อนไขแต่ละข้อ เช่น ต้องมีสินค้าตามเงื่อนไขครบ และรวมทุกเงื่อนไขในกลุ่มต้อง ≥ ค่าที่ตั้ง

    ภาพหน้าจอ J-POS: ตั้งเงื่อนไขการรับส่วนลด (กลุ่มเดียว)
    เปิดภาพเต็ม
  4. เพิ่มหลายกลุ่มเงื่อนไข + ตัวเชื่อมระหว่างกลุ่ม

    กด “➕ เพิ่มกลุ่ม” เพื่อเพิ่มเงื่อนไขอีกชุดที่แยกอิสระจากกลุ่มแรก แล้วกดสลับ “และ/หรือ” บนเส้นคั่นระหว่างกลุ่มเพื่อกำหนดว่าโปรนี้จะใช้ได้เมื่อ “ครบทั้งสองกลุ่ม” หรือ “กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งพอ” — ตัวเชื่อมประเมินจากซ้ายไปขวาทีละคู่ ไม่มีลำดับความสำคัญพิเศษ

    ภาพหน้าจอ J-POS: เพิ่มหลายกลุ่มเงื่อนไข + ตัวเชื่อมระหว่างกลุ่ม
    เปิดภาพเต็ม
  5. กำหนดเวลาที่โปรใช้ได้ (ไม่บังคับ)

    เลือกวันในสัปดาห์ที่ให้ใช้ได้ (ไม่เลือก = ทุกวัน), ช่วงวันที่เริ่ม-สิ้นสุด และช่วงเวลาเริ่ม-สิ้นสุดในแต่ละวัน — เว้นว่างแกนไหนคือไม่จำกัดแกนนั้น

    ถ้าตั้งวันเริ่มอยู่หลังวันสิ้นสุด ระบบจะเตือนทันทีเพราะโปรนั้นจะไม่มีวันไหนใช้ได้เลย ส่วนช่วงเวลาที่ตั้งเวลาเริ่มมากกว่าเวลาสิ้นสุด (เช่น 22:00–02:00) ระบบจะตีความว่าข้ามเที่ยงคืนให้อัตโนมัติ ไม่ต้องกรอกแยกเป็น 2 ช่วง

    ภาพหน้าจอ J-POS: กำหนดเวลาที่โปรใช้ได้ (ไม่บังคับ)
    เปิดภาพเต็ม
  6. เลือกรางวัลและบันทึก

    เลือกประเภทรางวัล: ลดเป็นจำนวนเงิน (บาท), ลดเป็นเปอร์เซ็นต์ (%), ฟรีรายการที่ถูกที่สุด 1 ชิ้น หรือฟรีสินค้าที่เลือกไว้ล่วงหน้า 1 ชิ้น แล้วกด “+ เพิ่มโปรโมชั่น”

    ลด % คำนวณจากยอดรวมเฉพาะรายการที่เข้าเงื่อนไขเท่านั้น ไม่ใช่ยอดรวมทั้งบิล ส่วนลดบาทเป็นค่าคงที่ไม่ผูกกับยอดรายการที่เข้าเงื่อนไขเลย — ถ้าตั้งลดบาทไว้สูงกว่ายอดบิลจริง ระบบจะลดให้เท่ากับยอดบิลเท่านั้น (ดูหัวข้อ “ส่วนลดรวมเกินยอดบิล” ด้านล่าง)

    ภาพหน้าจอ J-POS: เลือกรางวัลและบันทึก
    เปิดภาพเต็ม
  7. ดูรายการโปรโมชั่นทั้งหมด

    ตารางด้านล่างฟอร์มแสดงทุกโปรโมชั่น พร้อมสรุปขอบเขต (ข้อความอ่านง่าย เช่น “เบียร์×2 และ น้ำแข็ง×1”), เงื่อนไขซื้อขั้นต่ำ, รางวัล และสถานะเปิด/ปิด

    ภาพหน้าจอ J-POS: ดูรายการโปรโมชั่นทั้งหมด
    เปิดภาพเต็ม

แก้ไข เปิด/ปิด และลบโปรโมชั่นที่มีอยู่

  1. แก้ไข / เปิดปิดใช้งานด่วน / ลบ

    กดไอคอนดินสอที่แถวเพื่อเปิดหน้าต่างแก้ไข (ฟอร์มเดียวกับตอนเพิ่ม) แล้วกด “บันทึกการแก้ไข” — สลับปุ่มเปิด/ปิดในตารางได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดฟอร์มแก้ไข (เปลี่ยนสถานะทันทีบนหน้าจอ ถ้าบันทึกไม่สำเร็จจะสลับกลับให้อัตโนมัติ)

    กดไอคอนถังขยะเพื่อลบโปรโมชั่นถาวร ระบบจะถามยืนยันก่อนลบทุกครั้ง — ลบแล้วกู้คืนไม่ได้ ต้องสร้างใหม่เท่านั้น

    ภาพหน้าจอ J-POS: แก้ไข / เปิดปิดใช้งานด่วน / ลบ
    เปิดภาพเต็ม

ส่วนลดโปรโมชั่นตอนขายจริง (หน้าบิล)

  1. โปรอัตโนมัติในบิล + เอาโปรออกจากบิลนี้

    โปรโมชั่นที่เข้าเงื่อนไขจะขึ้นในบิลเองอัตโนมัติ ไม่ต้องกดใช้ — ระบบคำนวณใหม่จากรายการสดในบิลทุกครั้งที่มีการเพิ่ม/ลบ/ยกเลิกรายการ ถ้าเงื่อนไขไม่ครบอีกต่อไป ส่วนลดจะหายไปเองโดยไม่ต้องมีใครกดอะไร

    กด “✕” ข้างชื่อโปรในบิลเพื่อเอาโปรนั้นออกจากบิลนี้โดยเฉพาะ — ระบบจะจำไว้เป็นรายชื่อโปรที่ยกเว้นของบิลนี้ (ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว) ต่อให้เพิ่ม/ลบรายการในบิลจนเข้าเงื่อนไขใหม่อีกครั้ง โปรที่ถูกเอาออกไปแล้วจะไม่กลับมาเองจนกว่าจะกดปุ่มในขั้นตอนถัดไป

    ภาพหน้าจอ J-POS: โปรอัตโนมัติในบิล + เอาโปรออกจากบิลนี้
    เปิดภาพเต็ม
  2. เรียกโปรโมชั่นที่ยกเลิกไว้กลับมาใหม่

    ปุ่ม “🔄 เรียกโปรโมชั่นใหม่” จะโผล่ขึ้นเฉพาะตอนที่บิลนั้นมีโปรที่ถูกเอาออกไปค้างอยู่ กดแล้วระบบจะล้างรายชื่อที่ยกเว้นทั้งหมดและประเมินโปรโมชั่นใหม่จากรายการปัจจุบัน เหมือนบิลที่เพิ่งเปิดใหม่ — กดซ้ำได้โดยไม่ทำให้ส่วนลดซ้อนทับกัน

    ภาพหน้าจอ J-POS: เรียกโปรโมชั่นที่ยกเลิกไว้กลับมาใหม่
    เปิดภาพเต็ม

จุดที่มักสับสน

  • โปรโมชั่นหลายใบซ้อนกันได้ ไม่มีกลไกเลือกใบที่ดีที่สุด

    ทุกโปรโมชั่นที่เปิดใช้งานและเข้าเงื่อนไขพร้อมกันจะถูกนำมาบวกส่วนลดรวมกันหมดในบิลเดียว ระบบไม่เลือกใบที่ให้ส่วนลดมากที่สุดหรือกันไม่ให้ซ้อนกันเอง — ถ้าไม่ต้องการให้โปรบางใบซ้อนกัน ต้องกันเองด้วยการตั้งเงื่อนไข/กำหนดเวลาไม่ให้ชนกัน หรือกดเอาโปรที่ไม่ต้องการออกจากบิลนั้นด้วยมือ (ดูขั้นตอน “โปรอัตโนมัติในบิล”)

  • ยอดส่วนลดรวมเกินยอดบิล — โปรโมชั่นถูกตัดออกก่อนเสมอ ก่อนคูปอง/ส่วนลดพนักงาน/ส่วนลดที่พิมพ์เอง

    ถ้าผลรวมส่วนลดทุกแหล่ง (โปร+คูปอง+ส่วนลดพนักงาน+ส่วนลดที่พนักงานพิมพ์เอง) เกินยอดสินค้าก่อนหักส่วนลด ระบบจะตัดส่วนเกินออกตามลำดับ: โปรโมชั่นก่อน, ตามด้วยคูปอง, ส่วนลดพนักงาน, และส่วนลดที่พิมพ์เองเป็นลำดับสุดท้าย — หมายความว่าโปรโมชั่นอาจถูกตัดจนเหลือ 0 บาททั้งที่เข้าเงื่อนไขจริง ในขณะที่ส่วนลดที่พนักงานพิมพ์เองยังคงอยู่ครบ เพราะถือเป็นการตัดสินใจของพนักงานที่ตั้งใจให้คงอยู่นานสุด

  • “ฟรีรายการถูกสุด/ฟรีสินค้าที่เลือก” ให้ฟรี 1 ชิ้นเสมอ ไม่ว่าจะสั่งกี่ชิ้นก็ตาม

    รางวัลทั้งสองแบบนี้คำนวณจากราคาต่อหน่วยของสินค้าที่เข้าเงื่อนไข แล้วให้ส่วนลดเท่ากับ 1 หน่วยเท่านั้น — ตั้งโปร “ซื้อครบ 2 แก้ว ฟรีรายการถูกสุด” แล้วลูกค้าสั่ง 6 แก้ว จะได้ฟรีแค่ 1 แก้ว ไม่ใช่ 3 แก้ว (ไม่ใช่หารจำนวนที่สั่งด้วยขั้นต่ำแล้วคูณจำนวนครั้ง) ถ้าต้องการให้ฟรีหลายชิ้นตามสัดส่วนที่สั่ง ต้องสร้างหลายโปรโมชั่นแยกกันเอง

  • “ฟรีสินค้าที่เลือก” ไม่ได้ส่วนลดเลยถ้าสินค้านั้นไม่ได้ถูกสั่งอยู่ในบิล

    รางวัล “ฟรีสินค้าที่เลือก” จะให้ส่วนลดก็ต่อเมื่อสินค้าที่เลือกไว้ตอนสร้างโปรถูกสั่งอยู่ในบิลจริงและอยู่ในกลุ่มที่เข้าเงื่อนไขด้วย — ถ้าลูกค้าเข้าเงื่อนไขซื้อครบตามที่กำหนดแต่ไม่ได้สั่งสินค้าที่ตั้งไว้เป็นของแถม โปรนั้นจะไม่ให้ส่วนลดใดๆ เลยโดยไม่มีข้อความเตือน (ต่างจากลืมตั้งค่าเลย)

  • เข้าหน้าได้ ไม่ได้แปลว่าบันทึกได้ — ต้องมี 2 สิทธิ์พร้อมกัน

    หน้า “จัดการโปรโมชั่น” เปิดให้เข้าได้ด้วยสิทธิ์ settings.manage อย่างเดียว แต่การเพิ่ม/แก้ไข/ลบจริง (คำสั่งบันทึก) ต้องมีสิทธิ์ menu.edit ควบคู่ไปด้วยเสมอ — พนักงานที่มี settings.manage แต่ไม่มี menu.edit จะเห็นฟอร์มทำงานได้ปกติทุกอย่าง กดบันทึกแล้วได้รับข้อความ error แทนที่จะถูกกันไม่ให้เข้าหน้าตั้งแต่แรก

  • วันเริ่มอยู่หลังวันสิ้นสุดในกำหนดเวลา = ใช้ไม่ได้เลยสักวัน ไม่ใช่ใช้ได้ทุกวัน

    ถ้ากรอกช่วงวันที่ผิดโดยให้วันเริ่มอยู่หลังวันสิ้นสุด ระบบจะถือว่าไม่มีวันไหนอยู่ในช่วงนั้นเลย โปรจะกลายเป็นใช้ไม่ได้ถาวรจนกว่าจะแก้ไขวันที่ให้ถูก (ความล้มเหลวแบบปลอดภัย คือ “ไม่ให้ส่วนลดเกินสิทธิ์” ไม่ใช่ “ให้ส่วนลดทุกวันโดยไม่ตั้งใจ”) ฟอร์มจะขึ้นคำเตือนสีแดงทันทีถ้ากรอกผิดแบบนี้ แต่ถ้าแก้ไขผ่าน API โดยตรงจะไม่มีคำเตือนนี้

  • วันในสัปดาห์อ้างอิงวันที่เปิดกะ ไม่ใช่ปฏิทินจริงของนาฬิกา — บิลข้ามเที่ยงคืนยังนับเป็นวันเดิม

    การตรวจวันในสัปดาห์และช่วงวันที่ของโปรโมชั่นอ้างอิง “วันที่เปิดกะ” ของบิลนั้น ไม่ใช่วันที่ตามปฏิทินจริง ณ ขณะคิดเงิน — โต๊ะที่เปิดบิลไว้ตั้งแต่คืนวันศุกร์แล้วยังค้างอยู่ถึงตี 1 คืนวันเสาร์ ยังถือเป็น “วันศุกร์” สำหรับโปรที่ตั้งวันไว้เฉพาะวันศุกร์ ส่วนช่วงเวลา (เช่น 22:00–02:00) อ้างอิงนาฬิกาจริงเสมอ ไม่ใช่วันที่เปิดกะ

  • โปรโมชั่นคำนวณสดทุกครั้ง — ปิดใช้งาน/ลบ/หมดเวลาระหว่างบิลเปิดค้าง ส่วนลดหายไปเองในรอบคำนวณถัดไป

    ต่างจากคูปอง (ที่ผูกติดกับบิลถาวรตั้งแต่กดใช้), ส่วนลดจากโปรโมชั่นถูกคำนวณใหม่จากรายการสดของบิลทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง (เพิ่ม/ลบ/ยกเลิกรายการ, เปิด/ปิด service charge ฯลฯ) — ถ้าพนักงานปิดใช้งานโปร ลบโปรทิ้ง หรือกำหนดเวลาของโปรหมดลงระหว่างที่มีบิลเปิดค้างอยู่ บิลนั้นจะไม่ได้รับส่วนลดจากโปรนั้นอีกต่อไปทันทีที่มีการคำนวณรอบถัดไป โดยไม่มีการแจ้งเตือนพนักงานหน้าบิลว่าเกิดอะไรขึ้น (บิลที่ปิด/จ่ายแล้วไม่ถูกคำนวณซ้ำ จึงไม่กระทบย้อนหลัง)